Thursday, July 29, 2010

เรื่องของถั่วฝักยาว


หลายวันก่อน มีเพื่อนผมคนนึงถามว่า ถั่วฝักยาว เจ้าฝักมันออกมาจากบนต้น หรือใต้ดิน ผมคิดอยู่แป็บนึง แล้วก็ตอบอย่างมั่นใจ (กวนตีน) กลับไปว่า ใต้ดินนะซี

วันนี้ก็เลยจะมาเฉลยให้ดูว่า แท้จริงแล้ว ต้นถั่วฝักยาว มันเป็นอย่างไร

ชื่อท้องถิ่น ถั่วฝักยาว

ชื่อวิทยาศาสตร์

Vigna sinensis

วงศ์

LEGUMINOSAE

ชื่อสามัญ

Yard long bean, Asparagus bean

ลักษณะ

เป็น เถาเลื้อย เถาแข็งและเหนี่ยว คล้ายกับถั่วพู แต่มีอายุเพียงปีเดียว หรือฤดูเดียว เถาสีเขียวอ่อน ลำต้นม้วนพันสิ่งยึดเกาะได้ดี ไม่มีมือเกาะ

ใบ
ประกอบแบบฝ่ามือ มี 3 ใบย่อย รูปสามเหลี่ยมยาว 6-10 เซนติเมตร ดอกช่อออกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาว หรือน้ำเงินอ่อน

ผล
เป็นฝักกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-1 เซนติเมตร ยาว 20-80 เซนติเมตร มีหลายเมล็ด

การขยายพันธุ์

โดยเมล็ด ถั่วฝักยาวสามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สามารถเติบโตได้ในดินแทบทุึกชนิด แต่ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกรด-ด่าง ของดินอยู่ระหว่าง 5.5-6.0 ต้องการแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน ชอบอากาศค่อนข้างร้อน ถ้าอากาศหนาวเกินไปจะทำให้ชงักการเจริญเติบโตผลผลิตต่ำ ฝักไม่สวย ถั่วฝักยาวจะใ้ห้ผลผลิตดีในช่วงฤดูฝน อุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับการเจริญเติืบโตอยู่ในช่วง 15-30 องศาเซลเซียส

ประโยชน์

มีแคลเซียม ฟอสฟอรัสสูง มีเส้นใย ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก บำรุงเลือด


Thursday, July 8, 2010

บอลโลก กับ เจ้าพอล

สำหรับคนเชียร์ทีมเยอรมัน โดยเฉพาะ

http://www.youtube.com/watch?v=jxWaPSIGyCA&feature=player_embedde

Thursday, May 31, 2007

30 พฤษภาคม 2550 พิพากษายุบพรรค วันประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ผมเองไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายอะไรมากมาย เพราะไม่ได้จบการศึกษาหรือเชื่ยวชาญด้านกฏหมาย และผมก็ไม่มีความยินดีหรือยินร้ายที่จะให้ยุบพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือการพิจารณาใช้กฏหมาย ที่มีเหตุมีผล และยุติธรรมเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฏหมายที่บัญญัติไว้ เพื่อให้ผู้ที่กระทำความผิด ได้รับผลแห่งการระทำนั้น

Thursday, May 24, 2007

ผลิตภัณฑ์ของบริษัท แอ๊บบอต ที่คนไทยควรเลิกใช้

ผลิตภัณฑ์ Abbott ประกอบด้วย

1. กลุ่มยาและเวชภัณฑ์ เช่น ยาปฏิชีวนะ Abbotic@ (clarithromycin) และ Brufen@ (ibuprofen) ยาลดไขมัน Raductil@(sibutramine HCl monohydrate) ยารักษาโรคไต Zemplar@ (paricalcitol) ยารักษาโรคไมเกรน Valcote@ (divalproex sodium) ยารักษาโรคไขมันในเลือดสูง TriCor@ (fenofibrate tablets) ยารักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ Synagis@ (palivizumab)

2.ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร และนมสำหรับทารกและเด็ก เช่น เอนชัวร์ (Ensure) พีเดียชัวร์ (PaediaSure) ซิมิแลค (Similac) โซนเพอร์เฟคท์ (ZonePerfect)

3.ผลิต ภัณฑ์เพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง เช่น แอลฟาแทรค (AlphaTRAK) คลินิแคร์ (CliniCare) ไกลโค-เฟล็กซ์ (GLYCO-FLEX) ไอโซโฟล (isoflurane) และ

4.อุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย

แฉความจริงกรณี “แอ๊บบอต” ก็ต้องการซีแอล

แฉความจริงกรณี “แอ๊บบอต” ก็ต้องการซีแอล
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤษภาคม 2550 07:51 น.

ขณะที่บริษัทยายักษ์ใหญ่แอ๊บบอต ได้วิจารณ์การประกาศบังคับใช้สิทธิบัตรยาของรัฐบาลไทยอย่างรุนแรง แต่แท้ที่จริงแล้ว แอ๊บบอตกลับดำเนินการบังคับใช้สิทธิบัตรในขณะเดียวกัน

ในวันที่ 12 มกราคม 2550 แอ๊บบอตแพ้คดีในศาลเขตวิสคอนซินตะวันตก สำหรับการบังคับใช้สิทธิบัตรซึ่งบริษัทอินโนเจเนติก (Innogenetics, Inc.) เป็นเจ้าของสิทธิบัตร คณะลูกขุนและผู้พิพากษาตัดสินว่า แอ๊บบอตละเมิดสิทธิบัตรโดยการทำการผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ตรวจจีโนไทพ์ของไวรัสตับอักเสบ C

แอ๊บบอตอ้างการบังคับใช้สิทธิเพื่อหลีกเลี่ยงคำสั่งบังคับคดีให้แอ๊บ บอตยุติการใช้สิทธิบัตรโดยที่บริษัทอินโนเจเนติกผู้เป็นเจ้าของไม่ได้อนุญาต ในการนี้แอ๊บบอตอ้างเกณฑ์คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐ ตัดสินกรณีระหว่างบริษัทอีเบย์ กับเมิร์คเอ็กซ์เชนจ์ (eBay Inc v. MercExchange, L.L.C.,) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 ส่งผลให้การขอคำสั่งบังคับคดีเพื่อระงับการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิ ทำได้ยากขึ้น เมื่อศาลมีคำสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม หรือสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยต่อประโยชน์สาธารณะ

คำว่าการบังคับใช้สิทธิถูกใช้ในการอธิบายความหมายของมาตรการทางกฎหมา ยต่าง ๆ ซึ่งให้ความชอบธรรมในการใช้สิทธิบัตรโดยที่เจ้าของสิทธิบัตรไม่สมัครใจ ตัวอย่างเช่น การใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะโดยรัฐบาลที่เป็นไปตามข้อบทกฎหมายสิทธิบัตร ดังกรณีประเทศไทยบังคับใช้สิทธิบัตรยาส่วนผสมระหว่างโลปินาเวียและริโทนาเวี ย ของแอ๊บบอต เพื่อเยียวยาปัญหาที่เกิดจากการผูกขาด หรืออย่างกรณีที่ประเทศอิตาลีมีการบังคับใช้สิทธิบัตรถึง 3 ครั้งในปี 2548, 2549 และปี 2550 ในประเทศแอฟริกาใต้มีกรณีที่มีการปฏิเสธสิทธิบัตรและการตั้งราคาสูงเกินควร หรือการบังคับใช้สิทธิเพื่อการสาธารณสุข และบนพื้นฐานประโยชน์สาธารณะ นอกจากนี้การบังคับใช้สิทธิยังใช้อธิบายความรวมไปถึง กรณีที่ศาลได้รับคำร้องจากจำเลยในคดีการละเมิดสิทธิบัตร ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยมีสิทธิใช้สิทธิบัตรนั้นโดยถูกต้องโดยให้จำเลยจ่าย ค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรตามที่ศาลเห็นชอบ

ศาลเขตวิสคอนซินตะวันตกปฏิเสธคำร้องของแอ๊บบอตที่ขออำนาจศาลให้มีคำส ั่งให้แอ๊บบอตใช้สิทธิบัตรของอินโนเจเนติกได้โดยถูกต้อง และศาลยังมีคำสั่งให้แอ๊บบอตยุติการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สิทธิบัตรดังกล่ าวในวันที่ 12 มกราคม 2550 แต่แอ๊บบอตได้รับการผ่อนผันการบังคับคดี ในวันที่ 19 มกราคม 2550 และได้เริ่มดำเนินการอุทธรณ์ในระดับที่สูงกว่าศาลเขต คือระดับรัฐ ไม่กี่วันถัดมา ในวันที่ 29 มกราคม 2550 กระทรวงสาธารณสุขของไทย ได้ประกาศว่าจะบังคับใช้สิทธิในยาคาเลตตร้าของแอ๊บบอต ณ เวลานั้นแอ๊บบอตก็ดำเนินกระบวนการอุทธรณ์ในกรณีบังคับใช้สิทธิของ ตัวเองพร้อมไปกับระดมสรรพกำลังการโฆษณาประชาสัมพันธ์โจมตีกระทรวงสาธารณสุขไ ทย

ไม่ปรากฎว่าในรายงานข่าวที่เกี่ยวกับ การบังคับใช้สิทธิของประเทศไทย กล่าวถึงการที่แอ๊บบอตพยายามที่จะขอการบังคับใช้สิทธิแม้แต่ชิ้นเดียว

แอ๊บบอตพยายามป้องกันมิให้อินโนเจเนติกได้รับคำสั่งบังคับคดี โต้แย้งว่าศาลควรจะอนุมัติให้แอ๊บบอตได้ใช้สิทธิบัตรแบบ เจ้าของไม่สมัครใจ (non-voluntary authorization) โดยอ้างเกณฑ์คำตัดสิน 4 ประเด็น จากคำตัดสินของศาลสูงแห่งสหรัฐอเมริกา ในคดีอีเบย์และเมิร์คเอ็กซ์เชนจ์ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 ที่กล่าวว่า ก่อนที่ศาลจะมีการอนุมัติคำสั่งบังคับคดี เพื่อควบคุมพฤติกรรมละเมิด สิทธิบัตร ผู้ยื่นคำร้องขอบังคับคดีต้องแสดงให้เห็นว่า ตนได้รับความเดือดร้อนร้ายแรงเกินกว่าจะแก้ไขให้คืนสภาพเดิมได้ มาตรการเยียวยาทางกฎหมายใด ๆ รวมถึงการจ่ายค่าธรรมเนียม สิทธิบัตร ไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายนั้นได้ เมื่อพิจารณาน้ำหนักความเดือดร้อนของจำเลยและโจทก์แล้ว มีหลักประกันการแก้ไขเยียวยาที่เป็นธรรม และผลประโยชน์สาธารณะไม่ได้รับความเสียหายจากคำสั่งบังคับคดีถาวร

ในการต่อสู้คดีในศาลเขตเพื่อยับยั้งคำสั่งบังคับคดี และขอให้ศาลอนุมัติการบังคับใช้สิทธิ แอ๊บบอตโต้แย้งว่า “เจ้าของสิทธิบัตรย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิโดยการได้รับค่าธรรมเนียม สิทธิบัตร และผลประโยชน์สาธารณะจะได้รับความเสียหาย อย่างใหญ่หลวงหากผู้ป่วยจากไวรัส Hepatitis C ไม่สามารถเข้าถึงบริการจากผลิตภัณฑ์ของแอ๊บบอต” กระบวนพิจารณาระดับรัฐได้ยกเลิกคำสั่งชะลอการบังคับคดีของแอ๊บบอต เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2550 อย่างไรก็ตามแอ๊บบอตยังคงเดินหน้าอุทธรณ์ต่อไป

กลับมาที่ในกรณีของประเทศไทย ยาคาเลตตร้าของแอ๊บบอต ซึ่งเป็นส่วนผสมของ โลปินาเวียร์และริโทนาเวียร์ ถูกคิดค้นขึ้นโดยแอ๊บบอตด้วยการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในการนี้ยาสูตรผสมดังกล่าวที่เรียกว่า LPV/r ได้ทำเงินรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่แอ๊บบอต

เดือนมกราคม 2550 ก่อนที่ไทยประกาศว่าจะบังคับใช้สิทธิ ข้อมูลจากรายงานต่าง ๆ ระบุว่าแอ๊บบอตตั้งราคายาคาเลตตร้าไว้ที่อัตรามากกว่า 11,500 บาทต่อเดือน หรือเกือบ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นราคาที่สูงเกินกว่ารัฐบาลของประเทศซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากอย่าง ประเทศไทยจะแบกรับไหว

ในวันที่ 29 มกราคม 2550 รัฐบาลไทยจึงได้ตัดสินใจประกาศบังคับใช้สิทธิในยาคาเลตตร้าของแอ๊บบอต หลังจากที่ได้ประกาศบังคับใช้สิทธิในยาอีก 2 ตัวก่อนหน้า (เอฟฟาวิเรนซ์ของเมิร์ค และโคพิโดเกรล ของซาโนฟี่) และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โฆษณาประชาสัมพันธ์แบบเงินหนา และขบวนการโจมตีของล๊อบบี้ยิสต์ก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมด้วยกลุ่มสนับสนุนอุตสาหกรรมยาต่าง ๆ และพลพรรคที่ปรึกษาที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากอุตสาหกรรมยา ตลอดจนบรรดาที่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายก็พากันเรียงหน้าออกมาถล่ มกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลไทย

ในวันที่ 14 มีนาคม 2550 เรื่องราวที่ปรากฎในการรายงานของนิตยสารวอลล์สตรีทเจอนัล แอ๊บบอตทำการตอบโต้อย่างดุเดือดโดยการประกาศถอนการขึ้นทะเบียนยาใหม่ 7 ตัว ในจำนวนนี้รวมถึงยาคาเลตตร้ารูปแบบใหม่ จากตลาดในประเทศไทย

มีการอ้างถึงคำกล่าวโฆษกของแอ๊บบอตที่ว่า เป็นเพราะรัฐบาลไทย “ตัดสินใจที่จะไม่สนับสนุนนวัตกรรมโดยการละเมิดสิทธิบัตร แอ๊บบอตก็จะไม่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนยาตัวใหม่ และจะถอนคำขอขึ้นทะเบียนยาที่ได้ยื่นไปแล้ว จนกว่ารัฐบาลไทยจะเปลี่ยนท่าที”

แอ๊บบอตได้ทำการถอนคำขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ 7 ตัว ซึ่งรวมถึงยาคาเลตตร้ารูปแบบใหม่ อ้างถึงคำพูดของนางสโมเตอร์ โฆษกของแอ๊บบอตว่า แอ๊บบอตได้แจ้งเรื่องการเพิกถอนคำขอขึ้นทะเบียนยาแก่รัฐบาลไทยล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ หลังจากที่การหารือระหว่างทั้งสองฝ่ายล้มเหลวลง

ในวันที่ 10 เมษายน 2550 แอ๊บบอตประกาศลดราคายาคาเลตตร้า และยารูปแบบทนอากาศร้อนที่วางตลาดในชื่อ อลูเวีย เหลือ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปี สำหรับการใช้โดยองค์กรเอกชน และรัฐบาลใน 40 ประเทศทั่วโลก เพื่อจะสู้กับการแข่งขันของยาสามัญจากอินเดีย แอ๊บบอตอ้างว่าการหั่นราคายาดังกล่าวเป็นผลจากข้อตกลงกับองค์การอนามัยโลก ซึ่งก็ได้ออกมาแถลงชื่นชมการกระทำดังกล่าวของแอ๊บบอต

อย่างไรก็ตามการลดราคาไม่ได้มีผลโดยอัตโนมัติ หากแต่ยังมีเงื่อนไขราคาที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปี นั้นแพงกว่าราคาเสนอเบื้องต้นของบริษัทยาสามัญซึ่งอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากบริษัทยาสามัญสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิต และผลิตในจำนวนมาก ๆ ราคาก็จะถูกลงอีก

แอ๊บบอตยังคงกล่าวว่าจะไม่ขึ้นทะเบียนยาตัวใหม่ รวมถึงยาคาเลตตร้ารูปแบบทนอากาศร้อน ที่ชื่อว่าอลูเวีย นอกเสียจากว่าประเทศไทยจะยอมยกเลิกการบังคับใช้สิทธิ

ตลอดระยะเวลาที่ข้อพิพาทดำเนินไปนั้น ไม่เคยมีใครหยิบยกเอาวาจาเกรี้ยวกราดต่อการบังคับใช้สิทธิของไทยของแอ๊บบอต มาเป็นข้อเรียกร้องต่อแอ๊บบอตให้ต้องประนีประนอมการบังคับใช้สิทธิบัตรของบร ิษัทอินโนเจเนติก

เรื่อง....เจมส์ เลิฟ (James Love)
ผู้อำนวยการ Knowledge Ecology International ซึ่งเป็นองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งอยู่ที่วอชิงตัน


ที่มา: http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9500000059442

Wednesday, May 9, 2007

กำลังเขียน use case summary อยู่ดีๆ คิดไม่ออก ก็เลยมาสร้าง blog ซะงั้น

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More